หลวงพ่อวิริยังค์ สร้างชื่อ “หลักสูตรครูสมาธิพระ” ฝรั่งชื่นชมและสนใจทำข่าวเผยแพร่ทั่วโลก

ข่าวนี้เปิดเผยเมื่อมีการแชร์รายการโทรทัศน์รายการ YOUR HEALTH ของแคนาดาระบุว่า WILLPOWER INSTITUTE คือ สถาบันสอนสมถะหรือสมาธิที่สอนตามหลักสูตรที่พระไทยเป็นผู้สร้างขึ้น

พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร)

“หลักสูตรครูสมาธิพระไทยไปได้รับความนิยมในต่างประเทศฝรั่งสนใจทำข่าวเผยแพร่ทั่วโลก

ยกย่อง ‘พระไทยเจ้าของหลักสูตร’

หลวงพ่อวิริยังค์ พระมหาเถระวัย ๙๗ สร้างชื่อ”

ไม่น่าเชื่อว่า หลักสูตรครูสมาธิที่คราวหนึ่งท่านผู้แต่งเล่าว่าเคยถูกปฏิเสธจากวงการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยจะไปสร้างชื่อเสียงให้แก่คณะสงฆ์ไทยในโลกตะวันตกได้

ข่าวนี้เปิดเผยเมื่อมีการแชร์รายการโทรทัศน์รายการ YOUR HEALTH ของแคนาดาระบุว่า WILLPOWER INSTITUTE คือ สถาบันสอนสมถะหรือสมาธิที่สอนตามหลักสูตรที่พระไทยเป็นผู้สร้างขึ้น เพื่อต้องการสอนผู้เรียนให้เรียนรู้ศิลปะการฝึกตนตามแนวสมถะ ด้วยการควบคุม MONKEY MIND ใจที่มีสภาพเหมือนลิง

ตามเนื้อหาข่าวระบุว่า วันที่เสนอข่าวนี้เป็นการเปิดเรียนสัปดาห์ที่ ๒ ของรุ่นนี้ ซึ่งตรงกับรุ่นที่ ๔๑ ของเมืองไทย ที่แคนาดาและสหรัฐอเมริกามีเรียน ๕ วัน วันละ ๒ ชั่วโมง ซึ่งการเรียนการสอนทุกอย่างเหมือนที่เมืองไทย คือ ฟังอาจารย์บรรยาย ฟังเทปพระอาจารย์หลวงพ่อ แล้วฝึกปฏิบัติเดินจงกรมและนั่งสมาธิอย่างละ ๓๐ นาที

@ จิตเหมือนลิง-จิตเหมือนปลา

น่าสนใจที่ฝรั่งพูดถึง MONKEY MIND คือ ใจที่หลุกหลิกเหมือนลิง ซึ่งเชื่อว่าความรู้นี้ไม่ใช่ของตะวันตกแน่นอน คำอธิบายนี้อยู่ในอรรถกถาธรรมบทภาค ๒ ที่อธิบายพระพุทธพจน์ที่บรรยายถึงสภาพจิตของปุถุชนว่า จปลํ คือ หวั่นไหว หรือ หลุกหลิก แล้วเปรียบเทียบว่า เหมือนลิง

ความจริงยังมีอีกคำหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ผนฺทนํ คือ ดิ้นหรือ ดิ้นรน พระพุทธเจ้าตรัสอธิบายถึงสภาพจิตของปุถุชนเช่นกัน แล้วทรงเปรียบเทียบเหมือนปลาที่ถุกเหวี่ยงขึ้นบก เชื่อว่าถ้าฝรั่งได้ยินก็น่าสนใจเช่นกัน และอาจจะเรียกว่า fìsh mind ด้วยก็ได้

น่าคิดว่า ปลาที่ถูกเหวี่ยงขึ้นบกเป็นอย่างไร ? เรื่องนี้หาคำตอบได้ไม่ยาก

@ พระป่า-พระเถื่อน

กลับไปที่เรื่องว่า หลักสูตรครูสมาธิถูกปฏิเสธ หลวงพ่อเล่าว่าเคยนำหลักสูตรนี้เสนอพระผู้ใหญ่ระดับมหาเถรสมาคม แต่ไม่มีการตอบรับโดยพระผู้ใหญ่ไม่ให้เหตุผล แต่พอคะเนได้ว่าท่านคงเห็นว่าหลวงพ่อเป็นพระป่าพระเถื่อนเลยไม่สนใจ …หลวงพ่อเล่าพร้อมหัวเราะเบา ๆ

ผมฟังเรื่องนี้มาหลายปีแล้วจากหลวงพ่อเอง ตอนนั้นหลวงพ่อยังไม่ดังเหมือนอย่างทุกวันนี้ เข้ากราบได้ง่าย แต่วันนี้ เรื่องหลักสูตรครูสมาธิไม่มีปัญหาในด้านการเรียนการสอนแล้ว เพราะเปิดดำเนินการได้แล้วโดยมูลนิธิของหลวงพ่อเอง ยังขยายไปถึงต่างประเทศอีกหลายประเทศ เช่น แคนาดา สหรัฐอเมริกาและยังตั้งเป้าจะขยายไปยังเยอรมนีและจีน

@ ทำไมถึงไปต่างประเทศ ?

หลวงพ่อเล่าว่า ขณะที่ไปเป็นพระธรรมทูตในแคนาดาใหม่ๆ เคยมีคนเยอรมันมาคุยด้วยและแนะนำให้สอนสมาธิแก่คนตะวันตกอื่นๆด้วย เพราะพวกเขาอยู่ในภาวะกำลังต้องการ คำแนะนำนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลวงพ่อตัดสินใจสร้างวัดใหม่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับชาวต่างชาติ ซึ่งน่าจะสัมฤทธิ์ผลได้ในอนาคตอันใกล้

ผมยังไม่ได้ตอบเลยว่า ทำไมหลวงพ่อต้องไปสอนถึงต่างประเทศ ? แรงบันดาลใจแรกคือต้องการแจกจ่ายความสุขจากสมาธิแก่ชาวโลก แรงบันดาลใจต่อมาคือต้องสอนที่แคนาดาเป็นจุดเริ่มต้น เพราะท่านเห็นว่า “ที่นี่มีคนดี” สาเหตุที่ทำให้ท่านคิดเช่นนั้น ท่านเล่าว่า….วันหนึ่ง ขณะที่ท่านเดินหิ้วกระเป๋าตามลำพังในสนามบิน มีฝรั่งชาวแคนาเดียนคนหนึ่งมาขอช่วยหิ้วกระเป๋าให้และเดินไปส่งถึงขึ้นแท็กซี่ ท่านประทับใจในความมีน้ำใจของเขามาก จึงสรุปว่า มีคนดีที่นี่ เหมาะที่จะสอนสมาธิเพราะใจเขาอ่อนโยน

@ ปัญหาและอุปสรรค

หลวงพ่อเคยเล่าว่าท่านพบปัญหามากเกี่ยวก้บเรื่องคนที่มาช่วยงาน แต่เอาละขอผ่านไป เพราะท่านดูเหมือนไม่อยากเล่า จึงขอเล่าแต่เฉพาะเรื่องดินฟ้าอากาศ…แคนาดาหนาวมาก …ทราบว่าตอนหิมะตกหลวงพ่อเคยไปนั่งอยู่กับความหนาวเหน็บหลายชั่วโมง

คำถามคือหลวงพ่อเล่นฤทธิ์ ? ถ้าบอกว่าเล่นคงไม่ใช่ เพราะฤทธิ์หรือปาฏิหาริย์ไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นของจริง ซึ่งมาจากสมาธิชั้นสูงคือ จตุตถฌาน หรือฌานขั้นที่ ๔ สมาธิละเอียดมาก สติคมชัดพราะความปล่อยวางเป็นเลิศ

หากหลวงพ่อไปนั่งได้อย่างนั้นจริง ก็หมายความว่าท่านทำได้จริง มีสมาธิจริง ….เรื่องทั้งหมดมีคนเล่าและผมเสริมด้วยหลักวิชา…หลวงพ่อไม่เคยบอกใคร แต่ลูกศิษย์ที่ไปด้วยเล่าด้วยความตื่นเต้น

@ พระมหาเถระวัย ๙๗ ได้แบกสังขารกรำแดดกรำฝนฝ่าร้อนฝ่าหนาวแจกจ่ายความสุขจากสมาธิแก่คนไทยและชาวตะวันตกรวมทั้งเอเชียชาติต่างๆ จุดมุ่งหมายก็เพื่อเผยแผ่สมาธิให้แก่โลก จนมีชื่อเสียงเกียรติเกริกไกร

แต่ที่แน่ๆ คือประเทศไทยและคนไทยไม่เว้นคณะสงฆ์ไทยพลอยได้ชื่อกันทั้งประเทศ

สาธุ สริสา วนฺทาม นํ อายสฺมนฺตํ มหาเถรํ สิรินฺธรํนาม.

แหล่งที่มา : http://palungjit.org

NN

ใส่ความเห็น

Top