ผักปลัง..ช่วยบำรุงสายตา ต้านมะเร็ง!!

ผักปลัง มีอยู่ 2 ชนิดค่ะ ได้แก่ขาวและแดง ผักปลังเป็นผักพื้นบ้านที่นิยมโดยมากจะอยู่ทางภาคเหนือและภาคอีสาน ชาวบ้านนำผักปลังมารับประทาน ปรุงอาหาร ส่วนที่ใช้เป็นผักคือส่วนยอด ใบ และดอกอ่อน ส่วนมากใช้เป็นผักจิ้ม โดยทำให้สุกเสียก่อน นอกจากนี้จะใส่ในเมนูต่างๆ เช่น แกงส้มก็ได้ ผักปลังนับเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูงชนิดหนึ่ง มีธาตุเหล็กและแคลเซียมอยู่สูง นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี อยู่มาก ที่สำคัญยังเป็นผักที่มีคุณสมบัติพิเศษกว่าผักชนิดอื่นๆ หลายชนิด ตรงที่เป็นผักที่มีเมือก (Mucilage) มากเป็นพิเศษมีคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยให้ท้องไม่ผูก นับว่าเป็นผักที่เราไม่ควรพลาดกันเลยทีเดียวนะคะ ผักปลังมีประโยชน์อย่างไรมาดูกันเลยค่ะ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Basella alba L., Basella rubra L.
วงศ์ : BASELLACEAE
ชื่อสามัญ : Ceylon spinach
ชื่อภาษาอังกฤษของผักปลัง : Malabar Nightshade และ Ceylon Spinach
ชื่ออื่นๆ เรียกแตกต่างกันตามท้องถิ่น : ผักปลังใหญ่(ภาคกลาง) , ผักปั้ง(ภาคเหนือ) , โปแดงฉ้าย(จีน) , ผักปลังแดง , ผักปลังขาว

ลักษณะต้นผักปลัง : ผักปลังขาวและผักปลังแดง มีลักษณะร่วมกันคือ เป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นและใบอวบน้ำ ขึ้นพาดพันรั้วหรือค้าง ใบรูปร่างคล้ายใบพลูแต่เล็กกว่านิดหน่อย ดอกสีแดงอ่อน ผลติดเป็นช่อ ผลขนาดเล็ก ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกสีม่วงดำ มีความแตกต่างระหว่างผักปลังขาวและผักปลังแดงตรงที่ ลำต้นและใบของผักปลังขาวมีสีเขียว ส่วนผักปลังแดงมีลำต้นและใบสีม่วงแดง

คุณค่าทางโภชนาการของ

ผักปลัง ต่อ 100 กรัม ให้พลังงาน 20 แคลอรี่ ประกอบไปด้วย น้ำ 93.4%, โปรตีน 2 กรัม, ไขมัน 0.2 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 2.6 กรัม, ใยอาหาร 0.8 กรัม, เถ้า 0.9 กรัม, วิตามินเอ 9,316 หน่วยสากล, วิตามินบี1 0.07 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.2 มิลลิกรัม, วิตามินบี3 1.1 มิลลิกรัม, วิตามินซี 22 มิลลิกรัม, แคลเซียม 4 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 50 มิลลิกรัม, และธาตุเหล็ก 1.5 มิลลิกรัม

ผักปลังอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ที่เมื่อกินเข้าไปในร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ มีส่วนสำคัญในการบำรุงสายตา และการมองเห็น ปกป้องสายตาจากความเสื่อม และเสี่ยงต่อโรคทางตาต่างๆ และสารเบต้าแคโรทีนนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ในการช่วยป้องกันมะเร็งอีกด้วย

สรรพคุณ
ทั้งต้น : รสเย็น
– ต้มดื่มแก้ขัดเบา แก้ท้องผูก ลดไข้ แก้อาการช้ำใน กระดูกร้าว
– โขลกทั้งต้น ใช้พอกแก้โรคผิวหนัง กลาก ผื่นคัน แก้พิษฝีดาษ แก้อักเสบ
ลำต้น : รสหวานเอียน 
– กินแก้อึดอัดแน่นท้อง ระบายท้อง แก้พิษฝีดาษ แก้พิษฝี แก้อักเสบบวม
– ต้มดื่มแก้ไส้ติ่งอักเสบ
ใบ : มีรสหวานเอียน 
– ระบายท้อง ขับปัสสาวะ แก้บิด แก้อักเสบ แก้โรคกระเพาะอักเสบ แก้กลาก แก้ผื่นคัน
ก้าน : รสหวานเอียน
– แก้พิษฝี แก้ขัดเบา แก้ท้องผูก ลดไข้ ใบ แก้กลาก บรรเทาอาการผื่นคัน
ดอก : รสหวานเอียน
– ใช้ทาแก้กลากเกลื้อน แก้โรคเรื้อน ดับพิษฝีดาษ แก้เกลื้อน
– คั้นเอาน้ำทาแก้หัวนมแตกเจ็บ
ราก : รสหวานเอียน
– แก้มือเท้าด่าง แก้รังแค แก้โรคผิวหนัง แก้ท้องผูก แก้พรรดึก
– ใช้ทาถูนวดให้ร้อนเพื่อให้เลือดมาหล่อเลี้ยงบริเวณที่ทาให้มากขึ้น
– น้ำคั้นรากเป็นยาช่วยหล่อลื่นภายใน และขับปัสสาวะ

ตำรับยาและวิธีใช้
– ท้องผูก ใช้ใบสดปรุงเป็นอาหาร กินเป็นประจำ
– ขับปัสสาวะ ใช้ต้นสด 60 กรัม ต้มน้ำดื่มต่างน้ำชา
– อึดอัดแน่นท้อง ช่วยย่อยได้ใช้ใบสดหรือยอดอ่อน 60 กรัม ต้มน้ำเคี่ยวให้ข้นแล้วกิน
– ฝีหรือแผลสด ใช้ใบสดตำพอก วันละ 1-2 ครั้ง
– ผื่นแดงหรือแผลไฟไหม้ ใช้น้ำคั้นจากใบสด

ตามตำรายาประเทศอินเดีย 

ใช้ทั้งต้น แก้ลมพิษ ผื่นคัน แผลไฟไหม้ ต้นและใบ ใช้แก้มะเร็งเม็ดสีผิว มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งช่องปาก

ผักปลังเป็นผักพื้นบ้านที่มีคุณค่ามากมายจริงเลยนะคะ เชื่อว่าหลายๆ คนที่เคยมองข้ามและไม่เคยคิดจะกิน เริ่มที่จะสนใจกันบ้างแล้ว คุณสามารถกินผักปลังได้หลากหลายเมนูเลย แนะนำให้นำใบ ยอดอ่อน ช่อดอก มาต้มลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือนึ่งกับปลา นำมาแกงจืดกับหมูสับ หรือแกงส้มก็ได้ ทานผักอย่างรู้คุณค่า จะทำให้ทานได้ง่ายและอร่อยขึ้นนะคะ

แหล่งที่มา : kaijeaw

NN

ใส่ความเห็น

Top