You are here

แชร์เก็บไว้เลย !! สูตร “น้ำใบย่านาง” ช่วยชะลอความแก่ !!

น้ำใบย่านาง เครื่องดื่มจากสมุนไพร สีเขียวเข้ม ดูไม่น่ากินเลยสักนิด แต่ถ้าไม่เคยลองคงไม่รู้หรอกว่า จริงๆแล้ว น้ำใบย่านางแก้วนี้อร่อยแค่ไหน แถมประโยชน์ของมันเนี่ยนะ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ

ย่านาง

เป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่โบราณในการรักษาโรคต่าง ๆ รวมถึงการนำมาทำอาหารหลากหลายชนิด ซึ่ง หมอเขียว ใจเพชร นักวิชาการสาธารณสุข ครูฝึกแพทย์แผนไทย และนักบำบัดสุขภาพทางเลือก เคยนำมาอธิบายไว้ในหนังสือ “ย่านาง สมุนไพรมหัศจรรย์” เกี่ยวกับประโยชน์และสรรพคุณมากมายของย่านาง ซึ่งทางภาคอีสานหมอยาโบราณเรียกย่านางว่า “หมื่นปี บ่ เฒ่า” แปลเป็นภาษากลางว่า “หมื่นปีไม่แก่” และในปัจจุบัน ย่านาง ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการรักษาแบบแพทย์ทางเลือก เพื่อรักษาอาการป่วยต่าง ๆ รวมทั้งการปรับสมดุลในร่างกาย เรามาทำความรู้จักกับพืชชนิดนี้กันให้มากกว่านี้ดีกว่า รับรองว่าจะต้องทึ่งกับสรรพคุณที่มากมายของย่านางแน่นอนค่ะ

สรรพคุณทางยาของย่านาง
ย่านางนั้นมีสรรพคุณทางยาที่ขึ้นชื่อมากมาย ซึ่งสรรพคุณทางยาไม่ได้มีเพียงแค่ในใบย่านางเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนอื่น ๆ ของต้นก็มีประโยชน์มากมายเช่นกัน

*สรรพคุณรากย่านาง
รากของย่านาง นิยมนำมาใช้เพื่อแก้อาการไข้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด ไข้ฝีดาษ ไข้กาฬ หรือ ไข้ทับระดู และอาการเบื่อเมา นอกจากนี้รากของย่านางยังเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของตำรับยาเบญจโลกวิเชียร หรือยา 5 ราก หรือแก้วห้าดวง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาสมุนไพร โดยยาดังกล่าวเป็นสามารถรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในขณะเริ่มแรกได้ โดยนำรากแห้งต้มกับน้ำครั้งละ 1 กำมือ แล้วดื่มก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง

*สรรพคุณใบย่านาง
ใบย่านาง คือเป็นส่วนที่มีประโยชน์และถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคมากที่สุด เพราะเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น และมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง นอกจากนี้ถูกจัดเอาไว้ในตำราสมุนไพรว่าเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย ซึ่งประโยชน์ของใบย่านางในการรักษาโรคมีดังนี้

รักษาและป้องกันโรคภัยต่าง ๆ

  • – ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
    – ช่วยป้องกันและบำบัดการเกิดโรคหัวใจ
    – ช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งได้
    – สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็ง หากดื่มน้ำใบย่านางเป็นประจำ จะทำให้ก้อนเนื้อมะเร็งจะฝ่อและเล็กลง
    – ช่วยป้องกันและรักษาโรคภูมิแพ้ ไอจาม มีน้ำมูกและเสมหะ
    – ช่วยรักษาอาการร้อนแต่ไม่มีเหงื่อ
    – ช่วยรักษาอาการของโรคเบาหวาน โดยไปลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลง
    – มีส่วนช่วยช่วยอาการปวดตึง ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดชาบริเวณต่าง ๆ
    – มีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย
    – ช่วยรักษาอาการเกร็ง ชัก หรือเป็นตะคริวบ่อย ๆ
    – ช่วยแก้อาการเจ็บเหมือนมีไฟช็อตหรือมีเข็มแทงหรือมีอาการร้อนเหมือนไฟ
    – ช่วยแก้อาการเหงือกอักเสบอย่างรุนแรงและเรื้อรัง
    – ช่วยรักษาโรคตับอักเสบ
    – ช่วยรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษ
    – ช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร
    – ช่วยป้องกันการเกิดโรคเกาต์

  • ระบบทางเดินอาหาร
    – ช่วยรักษาอาการท้องเสีย เพราะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุได้
    – ช่วยบรรเทาอาการอาการปวดท้องอย่างเฉียบพลัน
    – ช่วยแก้อาการท้องผูก ลดอาการแสบท้อง
    – ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ
    – ช่วยลดอาการหดเกร็งตามลำไส้
    – ช่วยรักษาอาการกรดไหลย้อน
  • ระบบทางเดินหายใจ
    – ช่วยป้องกันและรักษาโรคหอบหืด
    – ช่วยรักษาอาการของโรคไซนัสอักเสบ

  • ระบบผิวหนัง
    – ช่วยชะลอและลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
    – ช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเลือดฝอยในร่างกายแตกใต้ผิวหนังได้ง่าย
    – ช่วยรักษาอาการตกกระที่ผิวเป็นจ้ำ ๆ สีน้ำตาลตามร่างกาย
    – ช่วยในการรักษาโรคเริม งูสวัด
    – รักษาสิว ฝ้า ตุ่มคัน ตุ่มใส ผื่นคัน พอกฝีหนอง โดยการน้ำใบย่านางเมื่อนำมาผสมกับดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากจนเหลว แล้วนำมาทา
    – ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
    – ช่วยรักษาอาการผิวหนังมีความผิดปกติคล้ายรอยไหม้
    – ช่วยป้องกันและรักษาอาการส้นเท้าแตก เจ็บส้นเท้า
    – ช่วยรักษาอาการเล็บมือเล็บเท้าผุ โดยรักษาอาการเล็บมือเล็บเท้าขวางสั้น ผุ ฉีกง่าย หรือในเล็บมีสีน้ำตาลดำคล้ำ อาการอักเสบที่โคนเล็บ

  • ระบบสืบพันธุ์และทางเดินปัสสาวะ
    – ช่วยรักษาโรคนิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี
    – ช่วยรักษาอาการปัสสาวะแสบขัด ออกร้อนในทางเดินปัสสาวะ
    – ช่วยแก้อาการปัสสาวะมีสีเข้ม ปัสสาวะบ่อย หรือมีอาการปัสสาวะออกมาเป็นเลือด
    – ช่วยรักษาอาการมดลูกโต อาการปวดมดลูก ตกเลือดได้
    – ช่วยบำบัดรักษาโรคต่อมลูกหมากโต
    – ช่วยป้องกันโรคไส้เลื่อน
    – ช่วยรักษาอาการตกขาว
  • สร้างเสริมและบำรุงสุขภาพ
    – ช่วยลดน้ำหนัก โดยการเผาผลาญไขมันและนำไปใช้เป็นพลังงาน
    – ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านโรคในร่างกายให้แข็งแรง
    – ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย
    – ช่วยฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย
    – ช่วยในการปรับสมดุลของร่างกาย
    – ช่วยในการบำรุงรักษาตับ และไต
    – ช่วยรักษาและบำบัดอาการอัมพฤกษ์
    – ช่วยแก้อาการอ่อนล้า อ่อนเพลียของร่างกาย
    – ช่วยรักษาอาการเกร็ง ชัก หรือเป็นตะคริวบ่อย ๆ
    – ช่วยแก้อาการเจ็บเหมือนมีไฟช็อตหรือมีเข็มแทงหรือมีอาการร้อนเหมือนไฟ
    – ช่วยรักษาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้ อาเจียนได้
    – ช่วยแก้อาการง่วงนอนหลังการรับประทานอาหาร
    – ช่วยแก้อาการเลือดกำเดาไหล
    – ช่วยในการบำรุงสายตาและรักษาโรคเกี่ยวกับตา เช่น ตาแดง ตาแห้ง ตามัว แสบตา ปวดตา ตาลาย เป็นต้น
    – ช่วยรักษาอาการปากคอแห้ง ริมฝีปากแตกหรือลอกเป็นขุย
    – ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเสมหะเหนียวข้น ขาวขุ่น มีสีเหลืองหรือเขียว หรืออาการเสมหะพันคอ
    – ช่วยลดอาการนอนกรน
    – ช่วยแก้อาการเจ็บปลายลิ้น
    – ช่วยป้องกันและบำบัดรักษาโรคหัวใจ
    – ช่วยป้องกันและรักษาโรคหอบหืด
    – ช่วยรักษาโรคตับอักเสบ

*สรรพคุณเถาย่านาง
เถาของย่านางช่วยลดความร้อนและแก้พิษตานซาง และยังมีข้อมูลทางเภสัชวิทยาระบุอีกว่า สามารถช่วยต้านมาลาเรีย และยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ได้

ประโยชน์ของใบย่านาง
ใบย่านางนั้นมีประโยชน์ในการช่วยชะลอการเกิดผมหงอก ทำให้ผมดำและนุ่มชุ่มชื้น และยังมีการนำมาทำเป็นอาหารโดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมของหน่อไม้ เพราะน้ำใบย่านางนั้นสามารถช่วยต้านพิษกรดยูริกที่มีในหน่อไม้ได้ แถมยังนิยมนำมาทำอาหารชนิดต่าง ๆ เช่น แกงหน่อไม้ ซุบหน่อไม้ แกงอ่อม แกงเห็ด แกงเลียง หรือรับประทานสด ๆ กับน้ำพริกอีกด้ว

วิธีการทำน้ำใบย่านางสูตรหมอเขียว
สูตรนี้ เป็นการใช้ใบย่านางในการเพิ่มคลอโรฟิลล์ คุ้มครองเซลล์ ฟื้นฟูเซลล์ ปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลของร่างกาย ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้

  • ใบย่านาง
    – เด็ก ใช้ใบย่านาง 1-5 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว 200-600 ซีซี
    – ผู้ใหญ่ ที่รูปร่างผอม บางเล็ก ทำงานไม่ทน ใช้ 5-7 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว
    – ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอม บาง เล็ก ทำงานทน ใช้ 7-10 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว
    – ผู้ใหญ่ที่รูปร่างสมส่วน ตัวโต ใช้ 10-20 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว
    วิธีทำ
    1. ใช้ใบย่านางสด มาล้างทำความสะอาดโขลกให้ละเอียดแล้วเติมน้ำ หรือขยี้ใบย่านางกับน้ำหรือปั่นในเครื่องปั่น (แต่การปั่นในเครื่องปั่นไฟฟ้า จะทำให้ประสิทธิภาพลดลงบ้าง เนื่องจากความร้อนจะไปทำลายความเย็นของย่านาง)
    2. กรองน้ำใบย่านางที่ได้ผ่านกระชอนเอาแต่น้ำ
    3. ดื่มครั้งละ 1/2-1 แก้ว วันละ 2-3 เวลา ก่อนอาหาร หรือตอนท้องว่างหรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำ เพราะถ้าเกิน 4 ชม. มักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่เหมาะที่จะดื่ม แต่ถ้าแช่ในตู้เย็น ควรใช้ภายใน 3-7 วันโดยให้สังเกตุที่กลิ่นเปรี้ยวเป็นหลัก

หมายเหตุ
ถ้าจะให้ได้รสชาติ คั้นกับใบเตย จะหอมอร่อยมาก หรือจะใส่กับน้ำมะพร้าวก็จะหอมชื่นใจมากขึ้น ( แต่ถ้าใส่น้ำมะพร้าวจะเสียเร็วนะ) ผักฤทธิ์เย็น นำมาคั้นร่วมกับย่านางก็ได้ เช่น ผักบุ้ง ตำลึง ใบบัวบก ใบเตย

  • วิธีการทำน้ำใบย่านางสูตรทั่วไป
    ส่วนผสม
    – ใช้ใบย่านาง 30-50 ใบ
    – น้ำดื่ม 4.5 ลิตร
    – ใบเตย 10 ใบ
    วิธีการทำ
    1. ตัดหรือฉีกใบย่านางและใบเตยให้เล็กลง แล้วนำไปโขลกให้ละเอียด หรือขยี้ หรือนำไปปั่น
    2. กรองด้วยผ้าขาวบาง หรือตะแกรงตาถี่เอาแต่น้ำสีเขียว แล้วนำไปดื่มแทนน้ำได้ทั้งวัน ที่เหลือให้เก็บไว้ในตู้เย็นไว้ดื่มได้ 4 – 5 วัน ถ้ารสชาติเริ่มเปรี้ยวควรทิ้งทันที

  • วิธีการทำน้ำใบย่างนางสูตรที่ 2
    ส่วนผสม
    – ใบย่านาง 5-20 ใบ
    – ใบเตย 1-3 ใบ
    – บัวบก ครึ่ง-1 กำมือ
    – หญ้าปักกิ่ง 3-5 ต้น
    – ใบอ่อมแซบ (เบญจรงค์) ครึ่ง-1 กำมือ
    – ใบเสลดพังพอน ครึ่ง–1 กำมือ
    – ว่านกาบหอย 3-5 ใบ
    วิธีการทำ
    1. ตัดหรือฉีกใบย่านาง ใบเตย ใบบัวบก หญ้าปักกิ่ง ใบเบญจรงค์ และใบเสลดพังพอนให้เล็กลง แล้วนำไปโขลกให้ละเอียด หรือขยี้ หรือนำไปปั่น
    2. กรองด้วยผ้าขาวบาง หรือตะแกรงตาถี่เอาแต่น้ำสีเขียว แล้วนำไปดื่มแทนน้ำได้ทั้งวัน ที่เหลือให้เก็บไว้ในตู้เย็นไว้ดื่มได้ 4 – 5 วัน ถ้ารสชาติเริ่มเปรี้ยวควรทิ้งทันที

เป็นอย่างไรกันบ้างได้ทราบสรรพคุณที่มากมายจนน่ามหัศจรรย์ของสมุนไพรย่านางกันไปแล้ว คงจะเริ่มสนใจนำสมุนไพรชนิดนี้มาใช้กันแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ก็ควรใช้ให้ถูกวิธีและเหมาะสมนะ เพราะสมุนไพรชนิดนี้ถึงมีแม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่ถ้าหากเราใช้มากเกินไปและไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียตามมาได้ค่ะ

  • ขอขอบคุณข้อมูลจาก
    – โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    – คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
    – สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทย
    – สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย

ขอบคุณแหล่งที่มา : isanbanthung.com

ใส่ความเห็น

Top