You are here

อาชีพที่ใครๆก็อิจฉา ! ได้ค่าตอบแทน 6 หลัก ทำงาน 28 วัน หยุด 28 วัน แต่ได้เงิน 2 เดือน !

หนึ่งอาชีพบน “แท่นขุดเจาะ” ที่หลายต่อหลายคน อาจจะยังไม่ทราบว่า มีหน้าที่แบบนี้อยู่ด้วยเหรอ? นั่นก็คือ แพทย์ประจำแท่นขุดเจาะน้ำมัน (Remote Site Doctor) หรือ “หมอบนแท่นขุดเจาะ” ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับแพทย์ที่มองหาความท้าทายใหม่ๆ

โดยภาระงานต้องให้การดูแลด้านการแพทย์ สำหรับพนักงานที่ทำงานประจำการบนแท่นขุดเจาะน้ำมัน แต่จะมีรายละเอียดและกระบวนการอย่างไร วันนี้เราจะพามาทำความรู้กัน ซึ่งมี นายภานุพันธ์ เนียมประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายบริการด้านการแพทย์ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (ประเทศไทย) เล่าให้ฟังว่า ต้องเป็นแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา มีประสบการณ์อย่างน้อย 3 ปี เพื่อความเชี่ยวชาญในการตรวจวินิจฉัย และรักษาคนไข้ได้อย่างถูกต้อง แต่ก็ยังไม่สามารถถขึ้นประจำแท่นได้เลย

เริ่มแรกต้องผ่านการตรวจร่างกาย เพราะบนแท่นขุดเจาะ ต้องไม่นำคนที่มีสุขภาพไม่ดีขึ้นไป จากนั้นส่งตัวไปฝึกที่ศูนย์อบรมจากาต้า ประเทศอินโดนีเซีย ประมาณ 3 สัปดาห์ ด้วยโปรแกรมการทำงานนอกชายฝั่ง (Offshore) แม้กระทั่งคนที่ “ฟันผุ–คราบหินปูน” ก็ไม่ผ่าน!!! การเข้มงวดเช่นนี้เพราะว่า…จะช่วยลดอัตราการส่งคนไข้กลับเข้าฝั่ง

ระยะเวลา 3 สัปดาห์จะต้องเรียนรู้อะไรบ้าง?? ได้แก่ หลักสูตรการกู้ชีพ ฝึกการช่วยชีวิตขั้นสูง ปั๊มหัวใจ ให้สารน้ำ เน้นฝึกปฏิบัติให้มากที่สุด ปกติใช้เวลา 2 วันครึ่ง แต่ที่นี้ใช้เวลา 5 วัน สัปดาห์ต่อมาเรียนรู้การดูแลคนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บตามหลักสูตรสากล วิชาการหนีออกจากเฮลิคอปเตอร์ เวลาตกน้ำ (Helicopter Underwater Escape) และสัปดาห์สุดท้ายเรียนรู้ระบบการทำงานบนไซต์งาน ดูแลคนไข้ให้ปลอดภัยได้อย่างไร หรือแม้กระทั่งเช็กคลื่นลมแรง อินเตอร์เน็ต ฯลฯ

เมื่อกลับมาจากจากาต้า ต้องเข้าฝึกปฏิบัติงานจริงตามโรงพยาบาลบนพื้นดิน โดยเฉพาะแผนกห้องฉุกเฉินอีก 1 สัปดาห์ และส่งต่อไปฝึกเรียนการดำรงชีพในทะเล สัปดาห์ถัดมาจึงจะได้เรียนรู้หลักการทำงานตามมาตรฐานแต่ละองค์กรที่ได้ตั้งไว้ อาจจะเรียนรู้อีก 1-2 วัน

กระทั่งแพทย์ขึ้นไปทำงานบนแท่นขุดเจาะ จะต้องทำงานร่วมกับแพทย์ โดยการ “แฮนด์โอเวอร์” (Handover) อีก 1 สัปดาห์ รวมระยะเวลาร่วมกว่า 2 เดือนสำหรับการเทรนนิ่ง จากนั้นจะถูกส่งไปเรียนประกาศนียบัตร “อาชีวเวชศาสตร์” เป็นวิชาการแพทย์แขนงหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องการดูแลสุขภาพของคนทำงาน ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การรักษาโรค และการฟื้นฟูสุขภาพของคนทำงาน กินเวลาประมาณ 2 เดือน เบ็ดเสร็จก็จะประมาณ 4 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมให้การรักษาคนงานบนแท่นขุดเจาะ

แต่ทว่า…หลายคนอาจสงสัย?? จะเสียเวลามากเกินไปหรือเปล่า จริงๆ แล้วไม่เลย เพราะต้องคำนึงถึงชีวิตของคนทำงานเป็นหลัก และอีกอย่างแพทย์ที่ผ่านการตรวจร่างกายเข้าฝึกอบรบ ยังได้รับเงินเดือนตั้งแต่เริ่มฝึก

ด้าน นายพิพัฒน์ คณานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลว่า ความห่างไกลจากพื้นดิน จึงต้องมีแพทย์ไปประจำที่คลินิก ไม่เหมือนกับการตั้งโรงพยาบาลในพื้นดิน เมื่อไปประจำยังแท่นขุดเจาะ ก็ยังจะมีความเสี่ยงกว่าภาคพื้นดิน ทุกคนจึงต้องผ่านหลักสูตรผจญเพลิง รวมไปถึงการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม และอาหารการกิน หรือ เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคจะป้องกันอย่างไร?

โดยโรคที่เกิดขึ้นจากการทำงานบนแท่นขุดเจาะเป็นส่วนใหญ่ ก็จะมีทั้ง…ได้รับสารหนู สารปรอท การทำงานที่มีความเสี่ยง ไข้หวัด น้ำมูกไหลโรคกระเพาะ แต่บางโรคที่จะหลุดมาบ้าง คือ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ไส้ติ่งอักเสบ ส่วนอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้น้อย เพราะบนแท่นขุดเจาะเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา แพทย์ก็จะดูแลเบื้องต้นได้ตลอดเวลา

“หมอจะตรวจร่างกายตามปกติ ถ้าสามารถให้ยาก็จะให้ตามอาการ แต่ในกรณีที่จะต้องรักษาเพิ่ม หรือเสี่ยงต่อชีวิตทุพพลภาพ จะมีแพทย์เฉพาะทางจากศูนย์ที่อยู่บนฝั่งให้คำปรึกษา Conference Call และหากผู้ป่วยมีอาการแย่จะประสานเฮลิคอปเตอร์ไปรับ แพทย์ประจำแท่นจึงต้องมีความเชี่ยวชาญ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าฉับไว แต่ต้องถูกต้อง”

ซึ่งแพทย์ 2 คนจะสลับกันดูแล 1 โลเคชั่น ระยะเวลาในการทำงาน 28 วัน หยุดพักขึ้นบก 28 วัน โดยตามกฎหมายประเทศไทย เมื่อทำครบ 28 วัน จะต้องให้หยุด 14 วัน แต่ด้วยมาตรฐานแท่นขุดเจาะ หรือว่าเป็นบริษัทต่างชาติที่มาลงทุนอยู่ในอ่าวไทย จึงทำให้เป็น “Worldwide standard” ฉะนั้นจึงทำงาน 28 หยุด 28 วัน แต่ด้วยความเป็นจริงแล้ว ก่อนการทำงานทุกครั้งก็จะต้องเทรนด์นิ่ง 3-5 วัน เพื่อเพิ่มพูนความรู้อยู่ตลอดเวลา

หากมีอะไรที่กระทบต่อจิตใจแพทย์อย่างรุนแรง ซึ่งธรรมดาจะสลับกัน 28 วัน ก็จะส่งแพทย์ท่านใหม่เข้าไปทำงานแทนทันที เพราะสุขภาพแพทย์ก็เป็นสิ่งหลักที่จะต้องดูแลด้วย

“ค่าตอบแทนถ้าเทียบกับหมอที่อยู่บนบก ก็พอๆ กัน เพียงแต่ว่าเขาทำงาน 1 เดือน แต่ได้เงิน 2 เดือน หยุด 1 เดือนเขาได้รับเงินตามปกติ จะพูดว่าดีกว่าก็ได้ เพราะฉะนั้นหมอที่ชอบเที่ยว อยากมีเวลาส่วนตัวเขาก็จะมีเวลาหยุดมากขึ้น แต่ถ้าไปเทียบกับหมอที่เป็น Special personal คนไข้ติดกันตรึมก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าหมอที่รับเงินเดือนประจำก็พอๆ กัน ก็ต้องมี 6 หลักขึ้น”

แม้ว่า…รายได้ (อาจจะ) งาม แต่ก็นำมาซึ่งความรับผิดชอบที่นอกเหนือจากการตรวจรักษาคนไข้ ต้องทำหน้าที่รับผิดชอบโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของพนักงานบนแท่นขุดเจาะ ไม่ว่าจะด้านโภคชนาการ การออกกำลังกาย การต่อต้านมะเร็ง โรคปอด โรคติดเชื้อ พร้อมกับเก็บข้อมูลและทำรายงานเกี่ยวกับโรคต่างๆ เพื่อประเมินผล

ทั้งหมดนี้ คือหนึ่งอาชีพที่เรียกว่า “หมอบนแท่นขุดเจาะ” แต่อย่างไรก็ตามไม่มีใครรับประกันได้ว่าเหตุการณ์วิกฤติต่างๆ จะไม่มีวันเกิดขึ้นกับตัวเอง แพทย์เองก็ต้องมีสุขภาพที่ดีก่อนที่จะไปรักษาหรือดูแลคนไข้ เพราะเมื่ออยู่บนแท่นขุดเจาะ หากเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หน้าที่จึงเป็นสิ่งสำคัญ!!

แหล่งที่มา : liekr

ใส่ความเห็น

Top